logo
CHAIPATTANA SOLUTION
logo
  • About us
  • Our Solutions
  • News & Updates
  • Contact us
Product information
Magnesium Bisglycinate คืออะไร? ทำไมจึงเป็นแมกนีเซียมรูปแบบที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยุคใหม่
Magnesium Bisglycinate วัตถุดิบแมกนีเซียมดูดซึมสูง สำหรับผู้ผลิตอาหารเสริม

เมื่อพูดถึง “แมกนีเซียม” หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อของ Magnesium Oxide, Magnesium Citrate หรือ Magnesium Chloride แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา **Magnesium Bisglycinate** กลับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากมีจุดเด่นด้านการดูดซึม ความคงตัว และความอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร

แล้ว Magnesium Bisglycinate แตกต่างจากแมกนีเซียมรูปแบบอื่นอย่างไร?

Magnesium Bisglycinate คืออะไร

Magnesium Bisglycinate เป็นแมกนีเซียมในรูป **Amino Acid Chelate** ซึ่งเกิดจากการจับตัวของแมกนีเซียม 1 โมเลกุลกับกรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) 2 โมเลกุล เกิดเป็นโครงสร้างเชเลต (Chelate) ที่มีความเสถียรและมีประจุเป็นกลาง

โครงสร้างนี้แตกต่างจากแมกนีเซียมในรูปเกลือทั่วไป เช่น Magnesium Oxide หรือ Magnesium Carbonate ที่เมื่อเข้าสู่กระเพาะอาหารจะต้องแตกตัวเป็นไอออน Mg²⁺ ก่อนจึงจะสามารถถูกดูดซึมได้

Magnesium Glycinate และ Magnesium Bisglycinate ต่างกันหรือไม่?

หลายคนเข้าใจว่า **Magnesium Glycinate** และ **Magnesium Bisglycinate** เป็นแมกนีเซียมคนละชนิด แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองคำมักใช้เรียกสารประกอบชนิดเดียวกันในเชิงการค้า

ในทางเคมี Magnesium Bisglycinate หมายถึง แมกนีเซียม 1 ไอออนที่จับกับกรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) จำนวน 2 โมเลกุล จึงเรียกว่า *Bis-glycinate* ซึ่งคำว่า **”Bis”** หมายถึง “สอง”

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตหลายรายนิยมใช้ชื่อ **Magnesium Glycinate** บนฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย แม้ว่าสารประกอบที่ใช้จะเป็น Magnesium Bisglycinate ก็ตาม

จึงอาจกล่าวได้ว่า ในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน คำว่า **Magnesium Glycinate** และ **Magnesium Bisglycinate** มักใช้แทนกัน แต่หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างทางเคมี คำว่า **Magnesium Bisglycinate** เป็นชื่อที่มีความเฉพาะเจาะจงและสื่อถึงโครงสร้างของสารได้ชัดเจนกว่า

ด้วยเหตุนี้ ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ  เพื่อยืนยันว่าวัตถุดิบที่เลือกใช้เป็น **Fully Reacted Magnesium Bisglycinate Chelate** หรือเป็นเพียงส่วนผสมของ Magnesium Oxide กับ Glycine เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทอาจมีคุณสมบัติด้านการดูดซึมและคุณภาพแตกต่างกัน

ทำไมโครงสร้างแบบ Chelate จึงมีความสำคัญ

ประสิทธิภาพของแมกนีเซียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณ Elemental Magnesium เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าแมกนีเซียมสามารถผ่านกระบวนการย่อยและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากเพียงใด

สำหรับแมกนีเซียมในรูปเกลือ เมื่อแตกตัวเป็น Mg²⁺ แล้ว อาจเกิดการจับกับสารต่าง ๆ ที่พบในอาหาร เช่น

* Phytate
* Phosphate
* Oxalate
* Tannin
* ใยอาหาร (Dietary Fiber)

เมื่อเกิดการจับตัวกันแล้ว แมกนีเซียมจะละลายน้ำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง

ในทางกลับกัน Magnesium Bisglycinate ยังคงอยู่ในรูป Chelate ทำให้แมกนีเซียมได้รับการปกป้องจากการเกิดปฏิกิริยากับสารเหล่านี้ระหว่างการย่อยอาหาร จึงช่วยรักษาความพร้อมในการดูดซึมได้ดีกว่า

ดูดซึมผ่านเส้นทางที่แตกต่างจากแมกนีเซียมทั่วไป

แมกนีเซียมส่วนใหญ่ถูกดูดซึมผ่านตัวขนส่งแร่ธาตุ (Mineral Transporters) ในลำไส้ ซึ่งต้องแข่งขันกับแร่ธาตุชนิดอื่น เช่น แคลเซียม

แต่ Magnesium Bisglycinate มีคุณสมบัติพิเศษ เนื่องจากโครงสร้างมีลักษณะคล้ายไดเปปไทด์ (Dipeptide) จึงสามารถถูกลำเลียงผ่าน **Peptide Transport System** ซึ่งเป็นระบบเดียวกับการดูดซึมกรดอะมิโนและเปปไทด์

ด้วยเหตุนี้ Magnesium Bisglycinate จึงมีแนวโน้มที่จะ

* ลดการแข่งขันกับแร่ธาตุอื่น
* ลดผลกระทบจากสารยับยั้งการดูดซึมในอาหาร
* เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมเมื่อเปรียบเทียบกับแมกนีเซียมรูปแบบอื่นๆ

Magnesium ที่มากกว่า ไม่ได้หมายถึงดูดซึมได้มากกว่า

หลายคนอาจเข้าใจว่าการรับประทานแมกนีเซียมในปริมาณสูงจะทำให้ร่างกายได้รับแมกนีเซียมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า การดูดซึมแมกนีเซียมมีขีดจำกัด เมื่อปริมาณที่รับประทานเพิ่มขึ้น สัดส่วนการดูดซึมกลับลดลง ขณะที่แมกนีเซียมส่วนเกินจะถูกขับออกทางอุจจาระและปัสสาวะ

ดังนั้น การเลือกใช้แมกนีเซียมที่มี **Bioavailability สูง** จึงอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการเพิ่มปริมาณของแมกนีเซียมเพียงอย่างเดียว

อ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหารมากกว่า

ข้อจำกัดที่พบได้บ่อยของแมกนีเซียมบางรูปแบบ คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือระคายเคืองทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณสูง

เนื่องจาก Magnesium Bisglycinate อยู่ในรูป Chelate ที่มีประจุเป็นกลาง จึงไม่เพิ่มแรงดันออสโมซิส (Osmotic Pressure) ในลำไส้เท่ากับแมกนีเซียมที่อยู่ในรูปไอออน ส่งผลให้มีแนวโน้มก่อให้เกิดอาการไม่สบายทางเดินอาหารน้อยกว่า และเหมาะสำหรับการบริโภคต่อเนื่องในระยะยาว

Glycine มากกว่าการเป็นตัวจับแมกนีเซียม

นอกจากช่วยสร้างโครงสร้าง Chelate แล้ว Glycine ยังเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญในร่างกาย เช่น

* เป็นองค์ประกอบของคอลลาเจน
* มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้าง Creatine
* เป็นส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ Glutathione
* มีบทบาทในกระบวนการเมแทบอลิซึมหลายชนิด

หลังจาก Magnesium Bisglycinate ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว โครงสร้างจะถูกแยกออก ทำให้ทั้งแมกนีเซียมและไกลซีนสามารถนำไปใช้ในกระบวนการทางสรีรวิทยาตามปกติ

คุณสมบัติที่น่าสนใจในเชิงการพัฒนาสูตร

นอกจากประโยชน์ด้านโภชนาการแล้ว Magnesium Bisglycinate ยังมีข้อดีในเชิงการพัฒนาสูตร ได้แก่

* มีความคงตัวทางเคมีสูง
* ละลายน้ำได้ดี
* ลดการเกิดปฏิกิริยากับวิตามินและสารสำคัญอื่นในสูตร
* เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งชนิดแคปซูล เม็ด ผงชงดื่ม และผลิตภัณฑ์ Functional Nutrition

คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถออกแบบสูตรที่มีทั้งประสิทธิภาพและความเสถียรได้ง่ายขึ้น

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Magnesium Bisglycinate

แมกนีเซียม โดยเฉพาะในรูป Magnesium Bisglycinate ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในงานวิจัยด้านโภชนาการและสุขภาพ โดยตัวอย่างงานวิจัยที่น่าสนใจ ได้แก่

การนอนหลับ (Sleep Quality)
การศึกษาของ Schuster และคณะ (2025) เป็นการศึกษาแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย และมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก ในผู้ใหญ่ที่มีปัญหาคุณภาพการนอนหลับ โดยใช้ Magnesium Bisglycinate ขนาด 250 มก. (คำนวณเป็น Elemental Magnesium) ต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Magnesium มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก

อาการตะคริวที่ขา (Leg Cramps)
การศึกษาของ Supakatisant & Phupong (2012) เป็นการศึกษาแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย และมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการตะคริวที่ขา โดยใช้ Magnesium Bisglycinate Chelate ที่ให้ Elemental Magnesium 100 มก. ต่อเม็ด รับประทานวันละ 3 ครั้งพร้อมอาหาร (รวม 300 มก. ต่อวัน) เป็นเวลา 4 สัปดาห์ รายงานผลในเชิงบวกต่อการลดความถี่และความรุนแรงของอาการตะคริว

**หมายเหตุ:** ข้อมูลข้างต้นเป็นการสรุปจากวรรณกรรมทางวิชาการ เพื่ออธิบายบทบาทของ Magnesium Bisglycinate ในงานวิจัย ไม่ใช่การกล่าวอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง

ข้อมูลด้านกฎหมายและการกล่าวอ้างในประเทศไทย

1. ปริมาณแมกนีเซียมที่แนะนำตามเกณฑ์ประเทศไทย

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 กำหนดค่าอ้างอิงสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันของประเทศไทย (Thai RDI) สำหรับแมกนีเซียมไว้ที่ 310 มิลลิกรัมต่อวัน (คำนวณเป็น Elemental Magnesium)

สำหรับการกล่าวอ้างทางโภชนาการ

  • แหล่งที่ดีของแมกนีเซียม (Good Source) ต้องมี Elemental Magnesium ไม่น้อยกว่า 46.5 มก./หน่วยบริโภค (15% Thai RDI)
  • แหล่งสูงของแมกนีเซียม (High/Rich in) ต้องมี Elemental Magnesium ไม่น้อยกว่า 93 มก./หน่วยบริโภค (30% Thai RDI)

2. ข้อความกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร (Nutrient Function Claims)

หากผลิตภัณฑ์มีปริมาณแมกนีเซียมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหารตามที่กฎหมายไทยอนุญาต ดังนี้

1. แมกนีเซียมมีส่วนประกอบของกระดูกและฟัน
2. แมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
3. แมกนีเซียมมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของอิเล็คโทรไลท์
4. แมกนีเซียมมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากเมตาบอลิซึมตามปกติ
5.แมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนตามปกติ
6. แมกนีเซียมมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของกระดูก
7. แมกนีเซียมมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของฟัน

หมายเหตุ: ข้อความข้างต้นเป็นข้อความกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหารที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย ไม่ใช่การกล่าวอ้างสรรพคุณในการป้องกัน บรรเทา หรือรักษาโรค และการใช้ข้อความดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

Reference:

  • Siebrecht S. (2013). Magnesium Bisglycinate as safe form for mineral supplementation in human nutrition. OM & Ernährung, Nr. 144.
  • Schuster J, Cycelskij I, Lopresti A, Hahn A. (2025). Magnesium Bisglycinate Supplementation in Healthy Adults Reporting Poor Sleep: A Randomized, Placebo-Controlled Trial. Nature and Science of Sleep, 17, 2027–2040.
  • Supakatisant C, Phupong V. (2012). Oral magnesium for relief in pregnancy-induced leg cramps: a randomised controlled trial. Maternal and Child Nutrition.
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (มีผลบังคับใช้ 2 กรกฎาคม 2567)
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) พ.ศ. 2566 เรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก (มีผลบังคับใช้ 2 กรกฎาคม 2567)

สนใจ Magnesium Bisglycinate สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่?

ทีมงาน Chaipattana Solution พร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและสเปกวัตถุดิบ เพื่อช่วยเลือกตัวที่ตรงกับโจทย์ผลิตภัณฑ์ของคุณมากที่สุด ติดต่อเราเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือตัวอย่างสินค้า

📧 sales@chaipattana-solution.com
💬 LINE Official

สนใจดูวัตถุดิบอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Our Solutions

cps_admin1

Recent Post

Magnesium Bisglycinate คืออะไร? ทำไมจึงเป็นแมกนีเซียมรูปแบบที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยุคใหม่
Magnesium Bisglycinate คืออะไร? ทำไมจึงเป็นแมกนีเซียมรูปแบบที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยุคใหม่
Isolated Soy Protein ที่มีโปรตีนเท่ากัน เลือกอย่างไร? 6 Functional Properties ที่ R&D ควรรู้
Isolated Soy Protein ที่มีโปรตีนเท่ากัน เลือกอย่างไร? 6 Functional Properties ที่ R&D ควรรู้
Pea Peptides คืออะไร? โปรตีนจากพืชสำหรับ Clear Protein Drink และ Functional Beverage
Pea Peptides คืออะไร? โปรตีนจากพืชสำหรับ Clear Protein Drink และ Functional Beverage
Pea Protein คืออะไร? วัตถุดิบโปรตีนพืชสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
Pea Protein คืออะไร? วัตถุดิบโปรตีนพืชสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
The Right Protein Starts with the Right Ingredient
The Right Protein Starts with the Right Ingredient
Logoth-02Bl

1338/935 Praram 3 Road, Kwaeng Chongnonsi, Khet Yannawa, Bangkok 10120 Thailand

  •      02 294 2814-6
  •  

        sales@chaipattana-solution.com

Social Media

  •       Facebook
  •      LINE Official

Google Map

  •      Open in Google Map

Our Solutions

Subscript


CHAIPATTANA SOLUTION
logo

Our website uses cookies to make your browsing experience better. By using our site you agree to our use of cookies. Learn more